JAPAN TRIP ฉบับโอตาคุบริโภค - PART 1

posted on 17 May 2013 18:26 by dollparadiso in event directory Travel, Diary

ทิ้งร้างบล็อกชนเดือนอีกแล้ว อัพเดทเหตุการณ์ชีวิตช่วงที่ผ่านมาเป็นที่ระลึกสักหน่อย Cool

อ.แม่เพิ่งกลับจากทริปญี่ปุ่นมาค่ะ เป็นทริปที่มีสโลแกนว่า “ทริปโอตาคุบริโภค” ชื่อก็ตรงตัวว่าเราไปแสวงบุญแบบโอตาคุดอล และก็ไปแสวงหาของกินอร่อยๆถึงที่ ตั้งใจไว้ว่าไม่กลิ้งไม่กลับกันเลยทีเดียว เนื้อหาในบล็อกก็จะเป็นบันทึกการเดินทางแบ่งเป็นพาร์ทๆ และมีทิปแนะนำเรื่องต่างๆที่อาจจะมีประโยชน์สำหรับคนที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบไปเองไม่ง้อทัวร์ เดี๋ยวนี้ไปญี่ปุ่นง่ายมากไม่ลำบากเลยค่ะ แม้ว่าจะภาษาญี่ปุ่นไม่กระดิกหูสักคำก็ไม่ต้องป๊อด สำคัญแค่เตรียมตัวช่วยล่วงหน้าก็ฉลุยแล้ว

 

PART 1 – เตรียมตัวก่อนไป

PART 2 – DOLPA 29

PART 3 – TENSHI NO SATO

PART 4 – OSAKA & KYOTO

PART 5 – TAKARAGAWA ONSEN

PART 6 – DOLLSHOW 37

PART 7 - GHIBLI MUSEUM

 

 

PART 1 - เตรียมตัวก่อนไป

ทริปนี้เราไปกันเองก็เลยเตรียมเอกสารกันเองทุกอย่าง ตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ทำวีซ่า การทำวีซ่าญี่ปุ่นที่หลายคนอาจตุ๊มต่อม จริงๆแล้วถ้าเอกสารพร้อมอะไรพร้อมก็ไม่ต้องพารานอย ในกทม.ทำวีซ่าญี่ปุ่นได้ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ชั้น 15 ค่าใช้จ่ายสำหรับ Single Visa อยู่ที่ 1,655 บาท (สำหรับคนที่จะสมัคร Multiple Visa จะต้องมีประวัติเข้าออกญี่ปุ่นมากกว่า 2-3 ครั้งภายในระยะ 3 ปี โดยจะมีใบ essay ให้เรากรอกเหตุผลที่ขอวีซ่าแบบมัลติเพิลด้วย อ.แม่ไปญี่ปุ่นครั้งสุดท้ายนานกว่า 3 ปีเลยอดทำ ได้แบบซิงเกิลไปก่อน)

http://www.jp-vfsglobal-th.com/thai/

 

อีกอย่างที่ต้องเตรียมการล่วงหน้าคือ ซื้อตั๋ว JR PASS เป็นบัตรเบ่งของนักท่องเที่ยวสำหรับใช้ขึ้นรถไฟในเครือ JR ฟรีทั่วประเทศ รวมทั้งรถไฟ Shinkansen ด้วย แต่ยกเว้นรถไฟชินคังเซ็นสาย Nozomi ใช้พาสขึ้นไม่ได้ ซื้อ JRP ได้ที่เอเย่นต์ในไทยหลายแห่งค่ะ (อ.แม่ซื้อที่ TV Airbooking ใกล้ออฟฟิศ) โดยก่อนซื้อเราต้องวางแผนการเดินทางของเราก่อนว่าจะเดินทางข้ามจังหวัด อย่างโตเกียว ไปโอซาก้า เกียวโต หรือที่อื่นๆมั้ย ถ้าใช่ก็ซื้อพาสแล้วคุ้ม ถ้าเที่ยวอยู่แต่ในเขตคันโต (โตเกียว) หรือคันไซ (โอซาก้า เกียวโต นารา) ก็เลือกซื้อพาสท้องถิ่นจะคุ้มกว่า JRP มีแบ่งเป็นแบบ 7 วัน / 14 วัน ซึ่งจะนับวันใช้งานจากวันที่เราไปติดต่อแลกตั๋วตัวจริงที่สถานีรถไฟที่ญี่ปุ่น (ที่เราได้จากไทยเป็น voucher ต้องไปแลกตัวจริงที่นู่นค่ะ เวลาแลกต้องใช้พาสปอร์ตยื่นด้วย ควรเช็คชื่อสกุลสะกดให้ตรงกัน) เพราะฉะนั้นจะเริ่มเปิดใช้พาสวันไหนต้องแพลนดีๆค่ะ และตั๋วพาสไม่สามารถออกใหม่ได้ทุกกรณีต้องเก็บดีๆห้ามหายเด็ดขาดนะคะ ทริปโอตาคุของเราจะไปทั้งคันโตคันไซ ตอนที่ซื้อตั๋วพาส 7 วัน ราคา JPY28,300 หรือราวๆ 8,200 บาท

http://www.jrpass.com

หน้าตาของ JRP ที่ไปแลกมาแล้ว เวลาใช้ก็ง่ายมาก เดินอาดๆเข้าไปหาช่องที่มีจนท.แล้วโชว์บัตรเบ่ง เค้าจะโค้งให้แล้วเปิดประตูให้เราผ่านเข้าไปอย่างสง่างามราวราชา Smile

 

 

อย่างสุดท้ายที่ควรเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับคนที่ต้องการใช้ Wi-Fi คือ ไปติดต่อเช่า Pocket Wi-Fi จริงๆแล้วจะไปหาเช่าไวไฟที่เคาน์เตอร์สนามบินญี่ปุ่นเลยก็ได้เราก็ทำแบบนั้น แล้วก็พบว่าเช่าล่วงหน้าจากไทยถูกกว่าพอสมควรเลย (พลาดละ 555) เราไปตระเวนเทียบราคาไวไฟจากหลายๆเจ้าแล้วก็เลือกเจ้าที่ราคาโอเคสุดคือตกวันละ JPY1,000 ใช้เสร็จค่อยเอามาคืนที่เคาน์เตอร์พร้อมกับชำระเงิน ถ้าทำหายหรือชำรุดก็จะมีค่าปรับประมาณ JPY30,000 ต่อเครื่องค่ะ ถ้าเรามี power bank ชาร์จถ่านมือถือส่วนตัวก็ไม่จำเป็นต้องเช่าถ่านสำรองนะ ใช้ power bank แบบ USB ร่วมกันได้ ส่วนรัศมีของเจ้าไวไฟนี่ก็ไม่ไกลหรอก ถ้าไปหลายคนจะใช้งานก็ต้องเกาะกลุ่มกันใช้ ตามแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานีรถไฟหรือห้างฯใหญ่ๆบางทีก็มีฟรีไวไฟให้ใช้ แต่ก็ไม่เสมอไปล่ะ บางโรงแรมก็ไม่มีฟรีไวไฟให้ใช้ แนะนำว่าเช่าไวไฟส่วนตัวไปใช้เหอะสะดวกกับชีวิตมากกว่า.....เยอะ

 

สาเหตุที่ว่าทำไมถึงควรมีไวไฟใช้งาน นอกจากไว้ติดต่อโลกภายนอกแล้วก็คือเผื่อไว้เข้าเว็บเช็คเส้นทางและสายรถไฟ แนะนำเว็บ http://www.hyperdia.com/ เป็นเว็บที่มีบุญคุณกับกะเหรี่ยงแบ็คแพ็คอย่างเรามากถึงมากที่สุด สามารถเช็คสายรถไฟง่ายๆเพียงใส่ชื่อสถานีต้นทางกับปลายทางกับเวลาที่จะเดินทาง เว็บจะึำคำนวณเส้นทางขึ้นรถลงรถต่อรถรวมทั้งค่าใช้จ่ายให้เราเสร็จสรรพ เราแค่เลือก route ที่เหมาะสมเท่านั้นเอง ชาบูวๆๆ Surprised

อีกเว็บที่ใช้งานบ่อยๆคือ Google Map ค่ะ ปักหมุดสถานที่ปลายทางแล้วเดินตาม map เลย แต่บางทีมันก็ลากเส้นทางให้เราเดินอ้อมอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็ดีกว่าไม่รู้เหนือรู้ใต้อะไรเลยอ่ะนะ Foot in mouth

 

การเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืองก็ง่ายมาก ใคร Travel Lite ก็มีรถไฟจากชั้นใต้ดินสนามบินดิ่งเข้าเมืองเลย แต่ถ้าเป๋าเยอะเป๋าหนักไม่อยากลากปุเลงๆขึ้นรถไฟหรือเดินทางกับพ่อแก่แม่แก่กระเตงลูกเล็กเด็กแดงก็มีรถลิมูซีนบัสเป็นอีกทางเลือก ค่ารถบัสตกเที่ยวละ JPY3,000 ต่อคน รถจะวนไปจอดตามป้ายโรงแรมใหญ่ๆ ก่อนซื้อตั๋วจึงต้องเช็คก่อนว่าจุดจอดรถบัสใกล้โรงแรมที่สุดคือที่ไหนค่ะ (ราคาเดียวกันทุกสาย) นั่งรถบัสเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ขากลับถ้าต้องการจองตั๋วลิมูซีนบัสก็จองได้ที่เคาน์เตอร์ของจุดจอดรถที่เราลงนั่นแหละ เค้าไม่รับจองข้ามเขตกันนะคะ เช่น จะขึ้นรถที่อิเคะบุคุโระจะไม่สามารถไปจองตั๋วที่เคาน์เตอร์สาขาชินจูกุ (ไปเก้อมาแล้ว 555)

http://www.limousinebus.co.jp/en/

 

บัตรอีกอย่างนึงที่แนะนำให้ซื้อใช้ช่วงที่เที่ยวญี่ปุ่น คือ บัตร SUICA ประมาณบัตรแรบบิทบ้านเรา สามารถใช้ SUICA ตื๊ดขึ้นรถไฟหรือซื้อของตามร้านสะดวกซื้อได้เกือบทุกแห่งในโตเกียว (ในโอซาก้าบางร้านไม่รับ ต้องถามเค้าก่อน) ถึงมี JRP แล้วจะซื้อเจ้าบัตร SUICA ติดตัวด้วยก็ได้ สะดวกดี เวลาซื้อของในร้านสะดวกซื้อจะได้ไม่ต้องได้เงินทอนเป็นเหรียญวุ่นวาย ซื้อบัตรได้ที่สถานีรถไฟ เติมเงินบัตรก็ที่สถานีหรือตามร้านสะดวกซื้อค่ะ ซื้อบัตรครั้งแรก JPY2,000 เป็นค่ามัดจำบัตร JPY500 จะได้คืนตอนเอาบัตรไปแลกคืน (ตอนแลกคืน แนะนำว่าหาเรื่องใช้เงินในบัตรให้หมดก่อน อ.แม่เอาบัตรไปคืนที่สนามบิน แน่ใจว่ามีเงินเหลือติดบัตรนิดหน่อยนะ แต่ได้มาแค่ JPY500 ค่ามัดจำ ฮึ่ม!!)

หน้าตาของตู้ออกบัตรและเติมเงิน SUICA มีเมนู Eng นะคะ ส่องหาปุ่มเปลี่ยนภาษาดีๆ

 

ส่งท้ายวันแรกด้วยชาชูราเมงร้อนๆจากร้าน Kyushuu Changara บนชั้น 7 ห้าง Seibu จุดเด่นของราเมงที่นี่คือคุณพี่คนเสิร์ฟหน้าตาดี 555 หมูชาชูและน้ำซุปรสนุ่ม ชามนี้ราคา JPY1,000 

 

คุณพี่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาถ่ายรูปมาไม่เห็นหน้าเรย 

กับเค้กสตอเบอรี่ละลานตา หิ้วกลับไปฟัดที่โรงแรม แฮ่กๆๆๆๆๆ Wink

 

PART ต่อไปเตรียมตัวตะลุยงาน DOLPA 29 ค่ะ อ.แม่มีความรักความแค้นเกิดขึ้นที่นี่!! Yell

 

  

おまけ  ซีรีส์วิบากกรรมของอ.แม่

 

 

ทริปนี้มีเรื่องเกิดขึ้นกับอ.แม่ชนิดรายวัน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่เลยทีเดียวค่ะ Sealed

วันแรกที่มาถึงก็แจ๊กพอตกุญแจที่ล็อกกระเป๋าเดินทางเสีย เดือดร้อนต้องไปขอยืมเครื่องไม้เครื่องมือของโรงแรมมางัดเป๋าให้ขายขี้หน้า (ซึ่งก็มีแค่คีมง่อยๆมาให้สองอัน) Undecided ทำยังไงก็ไม่ได้นึกว่าจะต้องวิ่งไปหาซื้อตะไบมาตัดกุญแจทิ้งซะแล้ว (แฟมิลี่มาร์ทจะมีตะไบตัดเหล็กขายมั้ย!?!) ดีที่น้องแพรจี่สมาชิกร่วมทริปใช้พลังหมัดเทพเจ้าดาวเหนืองัดกุญแจจนหลุด //ปรบมือสดุดีแพรจี่

เหตุการณ์นี้สอนให้อ.แม่รู้ว่า ต่อไปจะไม่ใช้ของจากเมืองจีน เมดอินไชน่าแล้วค่ะ มันทรยศ!!! Yell

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!
รีวิวได้ดีมากเลยคะ สุดยอดมากๆ เลย
รออ่านพาร์ทต่อไปนะคะ

#3 By カプセル on 2013-05-18 23:46

รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ 

#2 By Moondogja on 2013-05-17 23:31

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!  มีประโยชน์ ปาดาวค่ะ
กุญแจจีนทำพิษตอนกลับมาถึงไทยเหมือนกัน แต่ใช้กิ๊บดำไขออกได้ด้วยวิชาโจร

#1 By FH666 on 2013-05-17 23:21